Premy 的个人资料Have a nice flight :)照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
11月23日 Uniquely Singaporeไม่ได้มา up space นานมาก จนมีเพื่อนมาทักหลายคน ว่าไปตกหลุมที่ไหนมา
ความจริงไม่ได้ไปไหนเลย แต่ด้วยความขี้เกียจตัวเป้นขน วันนี้เลยเข้ามาลงภาพซะหน่อย
ทริปนี้เราจะว่าด้วยการตามไปกิน น้ำหนักขึ้นไปตามๆกัน แต่เถอะนะ มาลดเอาตามหลังก็ได้
ประเทศที่เราไป คือ "สิงคโปร์" หรือชื่อเดิมที่เรียกว่า "สิงคปุระ" มีสัญลักษณ์ Merlion
เป็น escort เป็นตัวส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ใกล้ไทย แค่เนี๊ย นั่งเครื่องบินไม่ถึงสอง
ชั่วโมงก็ถึง เลยพาพ่อกับน้องชายไปด้วย คราวนี้เลยกินกันสะบั้นกั่นแหลก ดังนั้น
เราจะไม่พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวเท่าไรนัก เพราะสิงคโปร์เป้นแค่เกาะเล็กๆบนแค่คาบสมุทร
มลายู แต่พัฒนาเมืองได้สะอาดกว่าบ้านเรามากนัก โดยเฉพาะกฏเหล็กหมากฝรั่งนี่
น่าชื่นชมเป็นที่สุด แถมยังได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่เล็กติด 1 ใน 5 ของประเทศที่เล็กที่สุด
ในโลกด้วย จำนวนประชากรก็ 3 ล้านกว่า ก็น่าจะปกครองง่ายอยู่ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว
ก็ที เกาะ Sentosa, น้ำพุแห่งความโชคดี, merlion park and china town ตบท้าย
ด้วยถนน shopping orchard road แต่สำหรับผู้นิยมของราคาถูกหน่อย ก็ต้องไปที่
Bugis street ซึ่งเป็นที่ให้ใช้จ่ายเงินกันอย่างไม่อั้น
แค่สามวันก็เที่ยวหมดเกาะแล้ว แต่เราจะมาพูดถึงเรื่องอาหาร ซึ่งสามวันก็ตระเวนกินไม่หมด
1. Ya khun kaya toast
ขนมปังสังขยาดีๆนี่เอง แต่ขนมปังเค้าจะไม่เหมือนบ้านเรา เค้าจะเอาขนมปังไปปิ้งให้กรอบ
มาทาสังขยา และใส่เนยลงไปทั้งก้อน เพื่อให้ความเค็มกับความหวานของสังขยาเข้ากัน
ต้องกินต้อนร้อนๆ พร้อมกับชาพื้นเมือง และไข่ลวก ซึ่งคล่องคอดีนัก ร้านนี้อยู่ที่ Far east
square เอาใจคนไทยไม่ใช่น้อย เพราะมีเมนูภาษาไทยด้วย สนนราคาที่ชุดละ SGD 4 หรือ
คิดเป้นเงินไทย ก็ประมาณ 100 บาท
2. Chicken rice
จะหากินได้ตาม food court แต่ที่ขึ้นชื่อของที่นี่ต้องข้าวมันไก่บุญท่องกี่ ข้าวมันไก่ที่นี่จะไม่
เหมือนบ้านเรา เค้าจะใส่ข้าวกับไก่แยกจานกัน ข้าวก็คือข้าวมันนี่ล่ะ ต่างกันตรงไก่ เพราะไก่เค้า
จะมีน้ำซอสสูตรเฉพาะของใครของมันราดบนไก่สับ ตามด้วยน้ำมันงา และโรยหน้าด้วยผักชี
ประกอบด้วยน้ำแกง ใครชอบกินข้าวมันได่อยู่แล้ว ไปสิงคโปร์ต้องไปลองข้าวมันไก่ของเขาเลย
3. Jumbo seafood
กินไก่ ไข่แล้วคราวนี้มากินปูกันบ้าง ร้านยอดฮิตของที่นี่ ชื่อร้าน jumbo มีสองสาขา แต่ที่ไปกิน
ไปกินตรง clarke quay อาหารที่ต้องสั่งทุกโต๊ะ คือ ปู แล้วเลือกเอาว่าจะไปผัดพริกหวานหรือ
ผัดพริกไทยดำ เราเลือกผัดพริกหวาน เพราะจะมีน้ำหน่อยๆไม่แห้งจนเกินไป (ดูภาพเอานะ) และที่
ติดใจอีกอย่าง คือขนมปังทอด ภายนอกเหมือนขนมปังธรรมดา ไปถึงเราก็ไม่ได้สั่ง แต่สังเกตทุกโต๊ะ
สั่งหมดเลย เลยสั่งมาบ้าง ไม่ผิดหวัง เพราะเนื้อแป้งเป็นเหมือนหมั่นโถว แล้วเอาไปทอด ไม่อมน้ำมัน
ต้องสั่งมาเพิ่ม นอกจากนี้อาหารที่ขึ้นชื่อ คือ ผัดหมี่ฮกเกี้ยน, ผัดผักบุ้ง และหอยเชลล์ทอด ราคาไม่
แพง สมราคา
4. satay club
อยู่ตรงบริเวณ clarke quay เหมือนกัน ใครไปต้องไปกินหมูสะเต๊ะร้านนี้ ขึ้นชือนัก จะเปิดหลังเที่ยง
และปิดประมาณ 4 ทุ่ม รสชาตินุ่มชิ้น เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา
5. Rojak
อาหารอื่นๆ ออกจาะเป้นที่คุ้นหน้าคุ้นตาคนไทย แต่อาหารที่ชื่อนี้ดิ ไม่รู้จักมาก่อน แต่ตาม food court
สั่งมากินกันยังกับเป้นอาหารยอดฮิต (ดูรูปเอานะ ที่หน้าตามันดำๆน่ะ) อาหารชนิดนี้ประกอยด้วยผลไม้
หั่นเป้นชิ้นเล็กๆ และแป้งคล้ายปาท่องโก๋ หั่นใส่ลงไป แล้วราดด้วยซอสสีดำเหนียว โรยด้วยงาขาว
รสชาติจะหวานๆ จะว่าเป้นของคาวก็ได้ ของหวานก็ดี หากินได้ทั่วไปตาม Food court
6. บากุดเต๊
เป็นน้ำแกงผสมยาจีน หลายชนิด ก็จะมีกระดูกอ่อน กับเครื่องในหลายอย่างในชามเดียว กินกับข้าวสวย
นิยมกินกันตอนเช้า เพราะซดน้ำช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง ร่างการสดชื่น แต่ไม่ได้กิน เพราะคิดว่ากินที่
ไทยก็ได้ แต่ความจริงคือ กินไม่ไหวแล้ว เพราะกินมาสามวันติดแล้ว แหล่งที่หากินได้ คือ china town
จะมีร้านนึง อยู่ติดถนน ใต้ตึก china town center คนกินเยอะมาก ทุกเช้าเลย
7. บะหมี่ฮกเกี้ยน และ กลุ่ม บะหมี่ต่างๆ
หากินได้ตาม food court อีกเช่นกัน รสชาติจะไม่เหมือนบ้านเราโดยเฉพาะบะหมี่หมูแดง เส้นเค้าจะบาง
และเหนียว เค้าจะแยกน้ำต่างหาก เอาไว้ซดต่างหาก ไม่ใส่ลงไปในเส้น สำหรับเส้นเค้าจะมีน้ำซอสสีดำ
ใส่ไว้ เวลากินคลุกเส้น หมูแดงกับนำซอสแล้วค่อยกิน ถ้าอยากซดน้ำ ก็ซดต่างหาก แปลกดี
8. Banana leaf
พูดถึงอาหารจีนมาเยอะ มาเจอร้านอาหารอินเดียร้านนึง ชื่อ banana leaf ตั้งอยู่บริเวณ little india
มีอาหารอินเดียทุกประเภท ที่ขอแนะนำ คือ แกงกะหรี่ไก่โรตี แป้งโรตีที่นี่จะไม่เอาไปใส่นม ใส่น้ำตาล แต่
จะเอามากินกับแกง ใครอยากกินได้รสชาติ ก็แค่บอกเขาว่าใส่ในใบตอง แล้วใช่มือจกซะ ถือว่าเป็นการกิน
แบบอินเดียแท้ๆเลย ตอนเดินผ่านร้านนี้ กินเครื่องเทศแรงมาก แต่ไม่ไหวแล้ว ถอยดีกว่า ถ้าใครอยากลอง
ก็อย่าลืมไปแวะเวียน
9. Ka-lor-jee
เข้าสู่หมวดหมู่ขนมหวาน พออ่านแล้วคลนึกว่าเป็นแบบแป้งทอดแล้วเอามาตัดไปคลุกน้ำตาลแบบบ้านเรา
แต่ไม่ใช่ เค้าจะทำโดย มีพิมพ์ นำแป้งผงสีขาวมาใส่แป้นพิมพ์ ตักไส้ลงไป (ไส้ทำมาจากอะไรนี่บอกไม่ได้
เพราะไม่รู้ แต่คาดว่าน่าจะมาจากมะพร้าว) แล้วปิดด้วยแป้งผงสีขาวอีกที แล้วเอาไปนึ่ง เป็นอันว่ากินได้
ดังนั้น ใครอยากกินกะลอจี๊ แบบบ้านเราคงหาไม่ได้ที่สิงคโปร์แน่ๆ เพราะไม่เหมือนกัน
10. Ice kajang
ปิดท้ายด้วยน้ำแข็งใส ที่จะมีลูกชิด ลอดช่องสีเขียว ถั่วแดง โปะด้วยน้ำแข็งใส แล้วราดด้วยน้ำเชื่อมที่ทำ
มาจากน้ำตาลทรายแดง ใส่กับนำหวานหลากสี เวลาร้อน กินแล้วชื่นใจดี เพราะมันมีกลิ่นหอมของน้ำตาล
ทรายแดง และชื่อเรียกก็เก๋ไก๋น่าดู ราคาอยู่ประมาณ 50 บาท ต่อถ้วย
นอกจากนี้ ยังมีไอติมที่คล้ายไอติมโบราณบ้านเรา คุณลุงแก่ๆจะเข็นขายกันตามท้องถนน ราคาก็ SGD 1 หรือ
ประมาณ 23 บาทไทย ไอติมจะเป็นแท่ง แต่เค้าจะใส่ขนมปังแผ่นขนาบข้างสองแผ่น เพราะง่ายต่อการถือกิน
ไม่เสียบไม้ เพราะเค้าบอกว่ามันละลายง่ายกว่า แถมคุณลุงพวกนี้ พูดภาษาไทยได้ด้วย พอกินไปคำแรก เจอ
ถามภาษาไทยทุกราย ว่า "อร่อยไหม ?" ก็ต้องตอบ "อร่อยค่า"
ยังไม่หมด ถ้าใครนิยมรับประมานแบบ buffet แบบ All u can eat ต้องมาที่ bugis junction ข้ามถนนไป
ฝั่งตรงข้ามจะมีร้านอาหารคล้ายหมูกระทะบ้านเรา แต่ราคาแพงกว่าลิบลับ คิดราคา SGD 15 หรือ 350 บาท
แต่คุณภาพอาหารดีมาก เพราะมีปู กุ้งให้เลือกกินกันหน้าชื่นบานไปเลย
และสุดท้ายมาปิดที่เครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงของที่นี่ Singapore sling ถ้าอยากกิน original ต้องไปกินที่ โรงแรม
Raffle แต่ใครไม่สะดวก และทุนในกระเป๋าอยากใช้อย่างพอเพียง ก็ไปกินตามร้านนั่ง drink ต่างๆก็ได้ มีขายกัน
หมด สำหรับร้าน drink ที่แนะนำให้ไปที่ร้าน chimes เพราะบรรยากาศจะสบายๆ มีบาร์ให้นั่งและฟังเพลง แต่ใคร
อยาก dance กระจาย ต้องมาที่ Ministry of sound ได้เต้นกระหน่ำตามสไตล์ขา dance แน่ แต่ที่แน่ๆ มา
Singapore ทำใจหน่อย เพราะผู้ชายผู้หญิงที่นี่ ถ้าเทียบกับเมืองไทยแล้ว พวกเราชนะเลิศ รับรองใครมา เกิดแน่ๆ
评论 (2)
引用通告此日志的引用通告 URL 是: http://scpkm.spaces.live.com/blog/cns!E00A2812576C914C!1462.trak 引用此项的网络日志
|
|
|